Creative and Cool Management แนวทางบริหารแบบไฟในน้ำเย็นของ นิรันดร์ ล้ำเลิศลักษณชัย

คุณนิรันดร์ ล้ำเลิศลักษณชัย

กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบเจอร์ บี. กริม (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทจำหน่ายอะไหล่และอุปกรณ์ทำความเย็นและปรับอากาศเพียงบริษัทเดียวในประเทศไทยซึ่งก่อตั้งในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2421 และมีเครือข่ายกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ผู้เปรียบเทียบแนวทางบริหารของตัวเองว่าเป็นไฟในน้ำเย็น

• ผมให้คำจำกัดความหน้าที่ของตัวเองว่าเหมือนจะดูแลทั้งหมดแต่ก็ไม่ได้ดูแลทั้งหมด โดยตำแหน่งต้องดูแลทั้งองค์กร แต่ส่วนรายละเอียดจะมีทีมงานมาคอยดูแลอีกที เช่น แผนกปฏิบัติการก็จะมีผู้จัดการคอยควบคุม ส่วนที่เป็นบัญชี การเงิน การจัดซื้อ และงานขายอะไหล่หรือเครื่องเย็นก็จะแยกไป

• ส่วนที่ผมจะเข้าไปลงมือเองก็คงเป็นเรื่องของการกำหนดทิศทาง ควบคุมให้ไปถึงเป้าหมาย ช่วยสนับสนุนและวางแผนว่าทำอย่างไรจะนำสิ่งที่มีอยู่ในองค์กรมาช่วยให้ทุกคนเดินไปสู่เป้าหมายได้

• ความท้าทายของผมคือการดึงเอาจุดเด่นของแต่ละงานมาเสริมกัน และทำอย่างไรไม่ให้ข้อด้อยของแต่ละส่วนมีผลกระทบต่อกัน ตรงนี้เป็นส่วนที่ลำบากและต้องใช้เวลา

• ข้อได้เปรียบของผมคือทีมงานที่ทำเบเจอร์ บี. กริม อยู่ด้วยกันตอนนี้ เป็นทีมงานเดิมที่ผมเคยร่วมงานด้วยที่บริษัทเก่ามาก่อน ทำให้เราพอจะรู้ลักษณะของทีมงานอยู่แล้ว โอกาสที่จะช่วยเสริมและผลักดันซึ่งกันและกันก็จะมีมากขึ้น

• การเริ่มต้นจากศูนย์เป็นข้อได้เปรียบหนึ่งของผม ประสบการณ์จากการทำงานที่แคเรียร์ 12 ปี 5 เดือน เริ่มจากดูแลแผนกบริการแล้วก็ค่อยๆ ขยับขึ้นไปเรื่อยๆ เกือบครบทุกแผนก ทำให้เข้าใจทั้งในส่วนของลูกค้าและพนักงานทุกฝ่ายรวมทั้งวิธีการประสานงานทุกฝ่ายเข้าด้วยกัน

• ความกดดันหลังจากมารับช่วงต่องานจากผู้จัดการ ชาวต่างชาติก็มีบ้างแต่ไม่มาก เพราะแม้เขาจะมีความชำนาญด้านการผลิต แต่ไม่มีความชำนาญเกี่ยวกับเรื่องบัญชีและกฎหมายไทยมากเท่าที่เรามี เราก็เหมือนมาดูแลระบบบัญชีให้เข้าที่ ทำให้เรื่องหนักกลายเป็นเบา ใช้เวลาหนึ่งปีก็เรียบร้อย หลังจากนั้นจึงกลับมาโฟกัสด้านงานขาย

• ตอนนี้ผมเหมือนเป็นคนคอยจุดประเด็นให้ทีมงานในแต่ละส่วนว่ามีอะไรที่เราทำเพิ่มเติมได้บ้างตามมุมมองของผม แต่ว่าชนวนจะจุดติดหรือไม่ติดก็ขึ้นอยู่กับทีมงานแล้ว หรือจุดติดเสร็จแล้วลมไม่มา ตลาดไม่ส่งเสริมกับสิ่งที่เราคิดมันอาจจะมอดไปบ้างก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา

• การทำงานในองค์กรใหญ่ การจะประสานให้แต่ละส่วนทำงานไปด้วยกันได้ดีต้องมีระเบียบปฏิบัติออกมาเยอะ แต่เมื่อมีระเบียบปฏิบัติออกมาเยอะ มันก็จะกลายเป็นความติดขัดไม่อะลุ่มอล่วยได้ด้วยเหมือนกัน ผมก็ใช้วิธีเดินไปหา ไปคุยเพราะการได้เห็นหน้าค่าตาผู้ร่วมงานกันบ้างแม้จะอยู่กันคนละชั้นคนละแผนก แต่ก็ช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี และความร่วมมือก็จะตามมาได้ง่ายขึ้น

• ดีเอ็นเอของเบเจอร์ บี. กริม ในแง่ของคน พวกเราเป็นทีมงานที่อยู่ด้วยกันมานาน รู้ใจกัน เข้าใจกัน มุ่งมั่นสู่เป้าหมายเดียวกัน แต่อาศัยความหลากหลายของสินค้าที่มีเพิ่มขึ้นตลอดมาเป็นปัจจัยเสริมให้เกิดความสำเร็จ

• เทคนิคการขายของผมคือดูภาวะเศรษฐกิจ เมื่อเศรษฐกิจโต เราจะพยายามโตตาม แค่หาจังหวะว่าจะหยิบสิ่งไหนมาโปรโมตเพื่อให้เราโตเกินกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด แต่เมื่อไหร่ก็ตามถ้าตลาดหยุดโต สิ่งที่จะเพิ่มยอดขายได้มีแค่ลูกค้าใหม่หรือสินค้าใหม่สำหรับลูกค้าเดิม ซึ่งจะเป็นสองปัจจัยหลักที่จะทำให้เราได้ยอดขายเพิ่ม

• ผมว่าโลกปัจจุบันนี้เล็กลง เมื่อเราหาสิ่งต่างๆ มาขายได้สะดวกขึ้น คู่แข่งก็ทำได้เช่นกัน เราก็ต้องชิงไหวชิงพริบ แย่งกันว่าถ้าเราอยากได้ผู้ผลิตสินค้าเจ้าเดียวกันใครจะเร็วกว่า ซึ่งเป็นข้อดีเพราะทำให้เราตื่นตัว พยายามพัฒนาให้เท่าเทียมคู่แข่งอยู่เสมอ และในทางกลับกันคู่แข่งก็จะต้องพยายามพัฒนาและทำให้เราต้องไม่หยุดนิ่งเช่นกัน ซึ่งผมว่าเป็นความสนุกในการทำธุรกิจ

• ในการขับเคลื่อนองค์กร ด้วยความที่เป็นองค์กรขนาดไม่ใหญ่มาก เราจึงเหมือนสมเสร็จที่มีทุกอย่างครบในตัวเดียว แต่ในวงการธุรกิจเราต้องทำตัวเหมือนกิ้งก่าคือต้องเปลี่ยนสีให้ได้เร็วที่สุด ได้สัญญาณเปลี่ยนแปลงอะไรมาต้องรีบปรับตัว ซึ่งทีมเราเก่งมากในด้านนี้ พอเขาเห็นตลาดเริ่มเงียบจะมาคุยกันทันทีว่าจะปรับตัวอย่างไร จะส่งโปรโมชันอะไรออกมากระตุ้นยอดขายได้บ้าง อย่างในปีนี้โหดมาก เราต้องปล่อยโปรโมชันหรืออะไรใหม่ๆ ออกมาแทบจะทุกสองเดือน

• ผมเป็นเจ้านายที่เหมือนไฟในน้ำเย็น ปกติจะเป็นคนที่ใจเย็นมาก ยิ้มแย้มแจ่มใสพอสมควร แต่จะมีเส้นที่ขีดไว้ ซึ่งถ้าใครข้ามก็จะต้องโดนลงโทษทางวินัยอย่างชัดเจนเพราะถือว่าเส้นที่ขีดไว้นั้นหย่อนพอสมควรแล้ว

• เจ้านายที่ดีในความคิดของผมเหมือนสุภาษิตไทยที่บอกว่า ต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณ ผมว่าประโยคนี้ใช้ได้เสมอคำว่าพระเดชคือตำแหน่ง แต่มันเป็นแค่หน้ากาก ถ้าคุณไม่มีตำแหน่งเขาก็ไม่เกรงใจหรอก แต่พระคุณที่ทำให้เขาเกรงใจและยอมรับจะทำให้พระเดชปรากฏผลมากขึ้น

Creative and Cool Management แนวทางบริหารแบบไฟในน้ำเย็นของ นิรันดร์ ล้ำเลิศลักษณชัย

คุณนิรันดร์ ล้ำเลิศลักษณชัย

กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบเจอร์ บี. กริม (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทจำหน่ายอะไหล่และอุปกรณ์ทำความเย็นและปรับอากาศเพียงบริษัทเดียวในประเทศไทยซึ่งก่อตั้งในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2421 และมีเครือข่ายกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ผู้เปรียบเทียบแนวทางบริหารของตัวเองว่าเป็นไฟในน้ำเย็น

• ผมให้คำจำกัดความหน้าที่ของตัวเองว่าเหมือนจะดูแลทั้งหมดแต่ก็ไม่ได้ดูแลทั้งหมด โดยตำแหน่งต้องดูแลทั้งองค์กร แต่ส่วนรายละเอียดจะมีทีมงานมาคอยดูแลอีกที เช่น แผนกปฏิบัติการก็จะมีผู้จัดการคอยควบคุม ส่วนที่เป็นบัญชี การเงิน การจัดซื้อ และงานขายอะไหล่หรือเครื่องเย็นก็จะแยกไป

• ส่วนที่ผมจะเข้าไปลงมือเองก็คงเป็นเรื่องของการกำหนดทิศทาง ควบคุมให้ไปถึงเป้าหมาย ช่วยสนับสนุนและวางแผนว่าทำอย่างไรจะนำสิ่งที่มีอยู่ในองค์กรมาช่วยให้ทุกคนเดินไปสู่เป้าหมายได้

• ความท้าทายของผมคือการดึงเอาจุดเด่นของแต่ละงานมาเสริมกัน และทำอย่างไรไม่ให้ข้อด้อยของแต่ละส่วนมีผลกระทบต่อกัน ตรงนี้เป็นส่วนที่ลำบากและต้องใช้เวลา

• ข้อได้เปรียบของผมคือทีมงานที่ทำเบเจอร์ บี. กริม อยู่ด้วยกันตอนนี้ เป็นทีมงานเดิมที่ผมเคยร่วมงานด้วยที่บริษัทเก่ามาก่อน ทำให้เราพอจะรู้ลักษณะของทีมงานอยู่แล้ว โอกาสที่จะช่วยเสริมและผลักดันซึ่งกันและกันก็จะมีมากขึ้น

• การเริ่มต้นจากศูนย์เป็นข้อได้เปรียบหนึ่งของผม ประสบการณ์จากการทำงานที่แคเรียร์ 12 ปี 5 เดือน เริ่มจากดูแลแผนกบริการแล้วก็ค่อยๆ ขยับขึ้นไปเรื่อยๆ เกือบครบทุกแผนก ทำให้เข้าใจทั้งในส่วนของลูกค้าและพนักงานทุกฝ่ายรวมทั้งวิธีการประสานงานทุกฝ่ายเข้าด้วยกัน

• ความกดดันหลังจากมารับช่วงต่องานจากผู้จัดการ ชาวต่างชาติก็มีบ้างแต่ไม่มาก เพราะแม้เขาจะมีความชำนาญด้านการผลิต แต่ไม่มีความชำนาญเกี่ยวกับเรื่องบัญชีและกฎหมายไทยมากเท่าที่เรามี เราก็เหมือนมาดูแลระบบบัญชีให้เข้าที่ ทำให้เรื่องหนักกลายเป็นเบา ใช้เวลาหนึ่งปีก็เรียบร้อย หลังจากนั้นจึงกลับมาโฟกัสด้านงานขาย

• ตอนนี้ผมเหมือนเป็นคนคอยจุดประเด็นให้ทีมงานในแต่ละส่วนว่ามีอะไรที่เราทำเพิ่มเติมได้บ้างตามมุมมองของผม แต่ว่าชนวนจะจุดติดหรือไม่ติดก็ขึ้นอยู่กับทีมงานแล้ว หรือจุดติดเสร็จแล้วลมไม่มา ตลาดไม่ส่งเสริมกับสิ่งที่เราคิดมันอาจจะมอดไปบ้างก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา

• การทำงานในองค์กรใหญ่ การจะประสานให้แต่ละส่วนทำงานไปด้วยกันได้ดีต้องมีระเบียบปฏิบัติออกมาเยอะ แต่เมื่อมีระเบียบปฏิบัติออกมาเยอะ มันก็จะกลายเป็นความติดขัดไม่อะลุ่มอล่วยได้ด้วยเหมือนกัน ผมก็ใช้วิธีเดินไปหา ไปคุยเพราะการได้เห็นหน้าค่าตาผู้ร่วมงานกันบ้างแม้จะอยู่กันคนละชั้นคนละแผนก แต่ก็ช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี และความร่วมมือก็จะตามมาได้ง่ายขึ้น

• ดีเอ็นเอของเบเจอร์ บี. กริม ในแง่ของคน พวกเราเป็นทีมงานที่อยู่ด้วยกันมานาน รู้ใจกัน เข้าใจกัน มุ่งมั่นสู่เป้าหมายเดียวกัน แต่อาศัยความหลากหลายของสินค้าที่มีเพิ่มขึ้นตลอดมาเป็นปัจจัยเสริมให้เกิดความสำเร็จ

• เทคนิคการขายของผมคือดูภาวะเศรษฐกิจ เมื่อเศรษฐกิจโต เราจะพยายามโตตาม แค่หาจังหวะว่าจะหยิบสิ่งไหนมาโปรโมตเพื่อให้เราโตเกินกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด แต่เมื่อไหร่ก็ตามถ้าตลาดหยุดโต สิ่งที่จะเพิ่มยอดขายได้มีแค่ลูกค้าใหม่หรือสินค้าใหม่สำหรับลูกค้าเดิม ซึ่งจะเป็นสองปัจจัยหลักที่จะทำให้เราได้ยอดขายเพิ่ม

• ผมว่าโลกปัจจุบันนี้เล็กลง เมื่อเราหาสิ่งต่างๆ มาขายได้สะดวกขึ้น คู่แข่งก็ทำได้เช่นกัน เราก็ต้องชิงไหวชิงพริบ แย่งกันว่าถ้าเราอยากได้ผู้ผลิตสินค้าเจ้าเดียวกันใครจะเร็วกว่า ซึ่งเป็นข้อดีเพราะทำให้เราตื่นตัว พยายามพัฒนาให้เท่าเทียมคู่แข่งอยู่เสมอ และในทางกลับกันคู่แข่งก็จะต้องพยายามพัฒนาและทำให้เราต้องไม่หยุดนิ่งเช่นกัน ซึ่งผมว่าเป็นความสนุกในการทำธุรกิจ

• ในการขับเคลื่อนองค์กร ด้วยความที่เป็นองค์กรขนาดไม่ใหญ่มาก เราจึงเหมือนสมเสร็จที่มีทุกอย่างครบในตัวเดียว แต่ในวงการธุรกิจเราต้องทำตัวเหมือนกิ้งก่าคือต้องเปลี่ยนสีให้ได้เร็วที่สุด ได้สัญญาณเปลี่ยนแปลงอะไรมาต้องรีบปรับตัว ซึ่งทีมเราเก่งมากในด้านนี้ พอเขาเห็นตลาดเริ่มเงียบจะมาคุยกันทันทีว่าจะปรับตัวอย่างไร จะส่งโปรโมชันอะไรออกมากระตุ้นยอดขายได้บ้าง อย่างในปีนี้โหดมาก เราต้องปล่อยโปรโมชันหรืออะไรใหม่ๆ ออกมาแทบจะทุกสองเดือน

• ผมเป็นเจ้านายที่เหมือนไฟในน้ำเย็น ปกติจะเป็นคนที่ใจเย็นมาก ยิ้มแย้มแจ่มใสพอสมควร แต่จะมีเส้นที่ขีดไว้ ซึ่งถ้าใครข้ามก็จะต้องโดนลงโทษทางวินัยอย่างชัดเจนเพราะถือว่าเส้นที่ขีดไว้นั้นหย่อนพอสมควรแล้ว

• เจ้านายที่ดีในความคิดของผมเหมือนสุภาษิตไทยที่บอกว่า ต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณ ผมว่าประโยคนี้ใช้ได้เสมอคำว่าพระเดชคือตำแหน่ง แต่มันเป็นแค่หน้ากาก ถ้าคุณไม่มีตำแหน่งเขาก็ไม่เกรงใจหรอก แต่พระคุณที่ทำให้เขาเกรงใจและยอมรับจะทำให้พระเดชปรากฏผลมากขึ้น